[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
-
พยากรณ์อากาศ
 
ค้นหาจาก google


  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
ความหมาย ผิวไหม้แดด (Sunburn)  VIEW : 365    
โดย ตัวเล็ก

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 4
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 80%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 184.22.91.xxx

 
เมื่อ : จันทร์ ที่ 11 เดือน เมษายน พ.ศ.2565 เวลา 16:49:22    ปักหมุดและแบ่งปัน

ความหมาย ผิวไหม้แดด (Sunburn)
ผิวไหม้แดด (Sunburn) เป็นสภาวะของผิวที่เกิดการอักเสบ แดง แล้วก็แสบร้อนจากการรับรังสีรังสีเหนือม่วงหรือรังสียูวี (UV) ที่มากหรือนานเหลือเกิน  สล็อต ซึ่งอาการไหม้แดดสามารถเกิดขึ้นบนผิวหนังทั่วๆไปแล้วก็รอบๆร่างกายที่โดนรังสียูวีได้ อาทิเช่น หนังหัว ริมฝีปาก ดวงตา ฯลฯ

ผิวไหม้แดดมิได้เป็นผลมาจากแสงตะวันเพียงอย่างเดียวเพียงแค่นั้น แต่ว่ายังสามารถเกิดขึ้นจากรังสียูวีเทียม อย่างหลอดไฟฟ้าแสงอัลตราไวโอเลต ตู้หรือเตียงอบผิวแทน สล็อต  ถึงแม้อาการผิวไหม้แดดโดยมากสามารถหายได้เอง แม้กระนั้นถ้าหากได้รับรังสีนี้มากจนเกินไปก็บางทีอาจกำเนิดอาการอื่นๆที่ทำให้เกิดโทษและส่งผลเสียรวมทั้งไม่ดีต่อผิวหนัง เป็นต้นว่า ผิวไหม้ ผิวลอก ตุ่มพอง ฯลฯ และอันตรายจากรังสียูวีก็เป็นเยี่ยมในสิ่งที่ทำให้เกิดการเกิดริ้วรอยต่างๆแล้วก็โรครุนแรงอย่างโรคมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย

ผิวไหม้แดด (Sunburn)
อาการผิวไหม้แดด
ผิวไหม้แดดชอบเริ่มมีลักษณะภายหลังที่โดนแดดไปราว 2-6 ชั่วโมง โดยชอบเจออาการแสบร้อนตามผิวหนังที่โดนแดด ผิวเริ่มกลายเป็นสีแดง ต่อจากนั้นราว 1 วันขึ้นไป ผิวที่ไหม้แดดจะเริ่มกำเนิดอาการอื่นๆตามระดับความร้ายแรง โดยบางทีอาจพบว่าผิวเริ่มมีลักษณะเคืองหรือเจ็บ

นอกเหนือจากนั้น ผิวไหม้แดดบางทีอาจกำเนิดได้กับผิวหนังส่วนที่มีเสื้อผ้าปกคลุมอยู่ถ้าเนื้อผ้าบางเกินความจำเป็นหรือเปล่าสามารถกันรังสียูวีได้ รวมทั้งรอบๆส่วนอื่นของร่างกายที่โดนแดดได้อย่างดวงตา ทำให้แสบตา เจ็บตา เคืองตา หรือรู้สึกเหมือนมีทรายอยู่ในดวงตา

แม้กระนั้น ควรจะไปพบหมอถ้าหากอาการผิวไหม้แดดไม่ดีขึ้นหรือห่วยลงใน 2-3 วัน ดังเช่นว่า ผิวเริ่มบวมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แผลพุพองมากขึ้นทั่วร่างกาย หรือมีลักษณะอาการติดเชื้อโรคจากตุ่มแผลที่แตก นำมาซึ่งการทำให้มีความรู้สึกเจ็บ มีหนองรวมทั้งรอยแดงกระจัดกระจายบริเวณรอบๆแผล ฯลฯ

แม้กระนั้นถ้าเกิดมีสัญญาณของสภาวะขาดน้ำ (Dehydration) สภาวะไม่สมดุลของเกลือแร่ภายในร่างกาย (Electrolyte Imbalances) หรือเป็นลมเป็นแล้งแดด (Heatstroke) ควรจะรีบไปพบหมอโดยทันทีเพราะว่าบางทีอาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิต โดยดูได้ภายหลังการโดนแดดแล้วร่างกายมีอุณหภูมิขึ้นสูงเกิน 39 องศาเซลเซียส รู้สึกเวียนหัวหัว อาเจียน เป็นลมเป็นแล้ง ตัวซีดเผือด หายใจถี่ ชีพจรเต้นเร็ว อยากกินน้ำ ไม่ค่อยเยี่ยว เบ้าตาลึก

สิ่งที่ทำให้เกิดผิวไหม้แดด
ต้นสายปลายเหตุหลักของผิวไหม้แดดมีต้นเหตุที่เกิดจากรังสีรังสีเหนือม่วงหรือรังสียูวีทั้งยังจากแหล่งธรรมชาติแล้วก็จากรังสียูวีเทียม อย่างเตียงอบผิวแทนหรือหลอดไฟฟ้าแสงอัลตราไวโอเลต รวมถึงผิวต่างๆอย่างทรายหรือน้ำ ก็สามารถสะท้อนรังสียูวีมาสู่ร่างกายได้ด้วยเหมือนกัน ทำให้ไม่ว่าจะเป็นลักษณะอากาศหนาวหรือร้อนก็บางทีอาจกำเนิดผิวไหม้แดดได้

ธรรมดาแล้วร่างกายมนุษย์จะมีแนวทางการคุ้มครองป้องกันรังสียูวีอยู่ โดยร่างกายจะผลิตเม็ดสีที่มีชื่อว่าเมลานิน (Melanin) ออกมามากยิ่งกว่าธรรมดาที่หนังกำพร้ารวมทั้งทำให้ผิวสีคล้ำขึ้น ซึ่งเมลานินจะเป็นตัวช่วยสำหรับเพื่อการคุ้มครองป้องกันผิวจากรังสียูวีที่มากเหลือเกินแล้วก็คุ้มครองป้องกันไม่ให้ผิวมีการไหม้แดด แต่ว่ากรรมวิธีนี้สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่งเพียงแค่นั้น

รังสียูวีแบ่งได้ 3 จำพวก ดังเช่นว่า แสงอัลตราไวโอเลตเอ (UV-A), แสงอัลตราไวโอเลตบี (UV-B) แล้วก็ แสงอัลตราไวโอเลตซี (UV-C) แต่ว่ารังสียูวีซีถูกกรองออกไปที่นอกชั้นบรรยากาศก็เลยไม่มีผลอะไรรุนแรงกับมนุษย์ ด้วยเหตุนั้นรังสียูวีเอรวมทั้งแสงอัลตราไวโอเลตบีก็เลยเป็นต้นเหตุหลักของอาการผิวไหม้แดด แล้วก็ทั้งคู่รังสีนี้ก็มีผลต่อชั้นผิวหนังมนุษย์แตกต่างไป

แสงอัลตราไวโอเลตเอ
แสงอัลตราไวโอเลตเอเป็นรังสีที่มีความร้ายแรงน้อยกว่าแสงอัลตราไวโอเลตบี แม้กระนั้นเป็นรังสีซึ่งสามารถทะลุเข้าไปทำลายเซลล์ใหม่ๆที่เกิดขึ้นในชั้นผิวหนังแท้รวมทั้งชั้นไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนัง รวมทั้งการรับรังสียูวีเอสะสมเป็นระยะเวลาที่ยาวนานก็จะก่อให้ผิวกำเนิดริ้วรอยร่องลึกต่างๆตามมา

แสงอัลตราไวโอเลตบี
แสงอัลตราไวโอเลตบีส่งผลต่อชั้นผิวหนังชั้นนอกที่อยู่นอกสุดของร่างกาย ทำให้เกิดรอยแดงที่เป็นสัญญาณเริ่มของอาการผิวไหม้แดด แล้วก็การรับรังสียูวีบีสะสมเป็นระยะเวลาที่ยาวนานก็เป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยต่างๆรวมถึงโรคมะเร็งผิวหนังประเภทเมลาโนมา (Melanoma) แล้วก็จำพวกไม่ใช่เมลาโนมา (Non-melanoma)

ยิ่งไปกว่านี้ สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ทำให้มีการเกิดผิวไหม้แดดนั้นขึ้นกับหลายประเภท ยกตัวอย่างเช่น

คนที่มีผิวขาวหรือคนที่มีโรคที่มีปัญหาเกี่ยวกับความแตกต่างจากปกติของเม็ดสี ตัวอย่างเช่น โรคผิวเผือก (Albinism) โรคแพ้ภูเขาไม่ตนเอง (Lupus) โรคเพียงพอร์ไฟเรีย (Porphyrias) โรคด่างขาว (Vitiligo) แล้วก็โรคแพ้แสงตะวัน (Xeroderma Pigmentosum)
คนที่มีผมสีแดงหรือสีบลอนด์ แล้วก็คนที่มีตาสีฟ้าหรือสีเขียวจะได้โอกาสมีการไหม้แดดได้สูง
ขณะที่โดนแดด โดยยิ่งไปกว่านั้นตอน 10.00-16.00 น. จะเป็นช่วงๆที่รังสียูวีร้ายแรงที่สุด และก็ช่วงเวลาสำหรับเพื่อการโดนแดดถ้าหากยิ่งนานจะยิ่งทำให้มีการเกิดผิวไหม้แดดได้ง่าย
อาศัยในพื้นที่สูง เนื่องจากว่ารังสียูวีจะเพิ่มความร้ายแรงขึ้นตามระดับความสูง
ยาบางประเภทที่ทำให้ผิวไวต่อแสงสว่าง ดังเช่น เรตินอยด์ (Retinoids) ด็อกซีไซคลิน (Doxycycline)
ผิวที่แฉะจะได้โอกาสมีการไหม้แดดมากยิ่งกว่าผิวที่แห้งธรรมดา
การรับรังสียูวีเสมอๆโดยที่ไม่มีการคุ้มครองป้องกัน
การวิเคราะห์ผิวไหม้แดด
ในพื้นฐานหมอจะซักไซ้เรื่องราวรวมทั้งลักษณะของคนไข้ ตรวจสอบที่ผิวหนังเพื่อรู้ข้อมูลพื้นฐาน ได้แก่ เรื่องราวกำเนิดอาการ ช่วงเวลาที่เกิดอาการ มีตุ่มพองขึ้นบนรอบๆผิวหนังหรือเปล่า มีการทาครีมที่เอาไว้กันแสงแดดหรือคุ้มครองป้องกันผิวจากแสงตะวันไหม อาการผิวไหม้แดดเกิดขึ้นรอบๆใดบ้าง ยาที่คนเจ็บใช้ประจำ หรืออาการใกล้กันอื่นๆที่บางทีอาจเกิดขึ้น

ยิ่งกว่านั้นถ้าเกิดหมอพบว่าผิวของคนป่วยมีความไวต่อแสงสว่าง หมอบางทีอาจให้คนป่วยกระทำการทดลองแสงสว่าง (Phototesting) โดยการฉายรังสีแสงอัลตราไวโอเลตเอและก็แสงอัลตราไวโอเลตบีบนผิวหนังของคนป่วยรอบๆเล็กๆเพื่อทดลองว่าคนเจ็บมีภาวการณ์ไวต่อแสงสว่างไหม (Photosensitive Skin)

การดูแลและรักษาผิวไหม้แดด
แม้เป็นผิวไหม้แดดในระดับไม่ร้ายแรง อาการจะหายได้เองตามธรรมชาติ โดยผิวข้างบนจะเริ่มลอกออกในตอน 2-3 คราวหน้าการไหม้แดดหรือบางทีอาจเป็นเวลายาวนานกว่านั้น รวมทั้งผิวใหม่ที่ขึ้นมาบางทีอาจจะยังมีสีที่ไม่บ่อยนัก แม้กระนั้นจะดียิ่งขึ้นได้เองเมื่อเวลาผ่านไป นอกนั้นคนเจ็บยังสามารถใช้แนวทางต่างๆเพื่อช่วยทุเลาอาการ ดังเช่นว่า

ใช้ผ้าเย็นหรือผ้าชุบน้ำประคบลงบนผิว แต่ว่าควรจะเลี่ยงน้ำที่มีอุณหภูมิเย็นจัด
หลบหลีกการขัดเช็ดผิว แต่ว่าให้ใช้การดูดซึมอย่างเบาๆแทน
ทาครีมหรือเจลว่านหางจระเข้หรือคาลาไมน์ เพื่อเพิ่มความชื้น
กินน้ำไม่ หรือเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน เพื่อทดแทนรวมทั้งคุ้มครองป้องกันการสูญเสียน้ำของร่างกาย
อยู่ในที่ร่ม เลี่ยงการออกแดด
เลี่ยงยาที่ทำให้ผิวมีการเคืองหรือแพ้ได้
ปลดปล่อยตุ่มน้ำให้แตกเองตามธรรมชาติ และก็ล้างหรือชำระล้างแผลที่แตกแล้วเสมอๆ
ในเรื่องที่คนไข้มีตุ่มน้ำขนาดใหญ่และก็บางทีอาจจะต้องเจาะให้น้ำออก ควรจะใช้เข็มที่ผ่านการฆ่าเชื้อรวมทั้งทำความสะอาดโดยการล้างแผลให้สะอาดก่อนด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์สำหรับล้างแผล โดยเลือกเจาะรอบๆขอบของแผลแล้วก็ปลดปล่อยให้น้ำด้านในไหลออกมาให้หมด แล้วควรจะป้ายยาฆ่าเชื้อโรคแบบอย่างครีมขี้ผึ้ง (Topical Antibiotic Ointments) เพื่อคุ้มครองแผลไม่ให้ติดโรค และก็เลือกเครื่องนุ่งห่มที่ไม่แน่นจนถึงเหลือเกินเพื่อลดการเสียดสี

ถ้าผิวไหม้แดดร้ายแรง ทำตามแนวทางดังที่ได้กล่าวมาแล้วแล้วอาการต่างๆยังไม่ดีขึ้น หมอบางทีอาจชี้แนะให้นอนพักที่โรงหมอรวมทั้งรับการดูแลรักษาที่สมควร โดยการดูแลรักษาด้านการแพทย์โดยมากจะเน้นย้ำไปที่การบรรเทาลักษณะการเจ็บ แสบ การอักเสบ คัน พุพอง ผิวลอก ตามร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น

การใช้ยาใช้ภายนอกทุเลาอาการคันตามผิวหนังรอบๆที่ผิวไหม้แดด โดยบางทีอาจเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชื้นกับผิว
การใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อทุเลาลักษณะการเจ็บปวด
การให้ยาในกรุ๊ปต่อต้านอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nonsteroidal Anti-inflammatory Drugs : NSAIDs) เพื่อทุเลาลักษณะของการปวด แดง และก็ระคายของผิวประเภทกิน เป็นต้นว่า ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ยานาพรอกเซน (Naproxen) หรือยาประเภททาด้านนอก อย่างยาไดวัวลฟีแนค (Diclofenac) ซึ่งฤทธิ์ยาจะอยู่ได้โดยประมาณ 1 วันหลังจากใช้ แม้กระนั้น ยาประเภทนี้มีข้อควรพิจารณาสำหรับการใช้ คนไข้ควรจะใช้ยาประเภทนี้ภายใต้การดูแลของหมอ
ดังนี้ถ้าหากคนเจ็บที่มีลักษณะผิวไหม้แดดกำลังท้อง ควรจะขอคำแนะนำหมอเพื่อหาวิธีรักษาที่สมควรแล้วก็ไม่มีอันตรายที่สุดสำหรับม่าม้าแล้วก็ลูกในท้อง

ภาวะแทรกซ้อนของผิวไหม้แดด
อาการต่างๆของผิวไหม้แดดซึ่งสามารถหายได้เองนั้นเป็นเพียงแต่คำตอบชั่วครั้งคราวจากรังสียูวี แม้กระนั้นเซลล์ที่ถูกรังสียูวีรังควานไปแล้วจะมีผลต่อร่างกายในระยะยาว ดังเช่นว่า

ผิวแก่ก่อนวัย
ผิวที่โดนรังสียูวีเป็นประจำจะเบาๆสูญเสียความแข็งแรงแล้วก็เ***่ยวย่นลงเรื่อยรวมถึงการเกิดกระแดดแล้วก็ริ้วรอยร่องลึก หยาบคายแห้ง รวมทั้งมีเส้นโลหิตสีแดงขึ้นรอบๆแก้ม จมูก ใบหู

โรคมะเร็งผิวหนัง
ถึงผิวหนังจะไม่มีอาการไหม้แดด แม้กระนั้นการรับรังสียูวีเป็นระยะเวลาที่ยาวนานก็สามารถที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคโรคมะเร็งผิวหนังประเภทต่างๆได้ ดังเช่นว่า

โรคมะเร็งผิวหนังจำพวกเมลาโนมา เป็นประเภทที่เจอได้ยากแต่ว่าเป็นประเภทที่ร้ายแรงที่สุด โดยอาการแต่เดิมอาจมาจากจุดด่างดำที่ขึ้นมาใหม่ หรือของเดิมที่มีอยู่แล้วเปลี่ยนสี รูปร่าง รวมทั้งขนาดไป
โรคมะเร็งผิวหนังจำพวกไม่ใช่เมลาโนมา เป็นประเภทที่มีความร้ายแรงน้อยกว่าจำพวกเมลาโนมาแต่ว่าสามารถพบได้มาก โดยส่วนมากจะกำเนิดกับผิวรอบๆที่จะต้องโดนแดดอยู่เสมอๆอย่างเช่น ใบหู บริเวณใบหน้า คอ และก็แขนส่วนปลาย
ผลพวงต่อดวงตา
การรับรังสียูวีไม่เพียงแค่รังควานผิวหนังแค่นั้น แม้กระนั้นยังรังควานดวงตาในส่วนต่างๆอีกด้วย ได้แก่ เรตินา เลนส์แก้วตา หรือกระจกตา ซึ่งจะมีผลให้ได้โอกาสกำเนิดโรคอื่นๆที่เกี่ยวกับดวงตาตามมา ได้แก่ ต้อกระจก (Cataracts) ต้อลิ้นหมา (Pterygium) กระจกตาอักเสบจากรังสียูวี (Photokeratitis) โรคหน้าจอประสาทตาเสื่อม ( Macular Degeneration)

นอกเหนือจากนั้นคนไข้บางรายที่มีรังสียูวีหรือแสงอาทิตย์เป็นตัวทำให้เกิดอาการต่างๆโดยยิ่งไปกว่านั้นคนป่วยโรคแพ้ภูเขาไม่ตนเอง โรคผิวเผือก โรคโพรพีเรีย รวมทั้งโรคด่างขาว อาจมีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเดิม โดยอาจจะทำให้ผิวยิ่งไวต่อแดดและก็ลักษณะโรคเดิมที่เป็นอยู่ร้ายแรงขึ้น ดังเช่น คนไข้โรคแพ้ภูเขาไม่ตนเองอาจมีผื่นแดงกำเริบเสิบสานขึ้น

การคุ้มครองผิวไหม้แดด
การปกป้องผิวไหม้แดดที่ยอดเยี่ยมก็เลยเป็นการหลบหลีกกิจกรรมในที่โล่งที่จะต้องได้รับแสงแดดแรง โดยยิ่งไปกว่านั้นช่วง 10.00-16.00 น. ถ้าหลีกเลี่ยงมิได้ควรที่จะทำการเลือกทำตามแนวทางต่างๆที่ช่วยคุ้มครองป้องกันหรือลดจังหวะการไหม้แดด ดังเช่น

หมั่นทาครีมสำหรับกันแสงแดดรวมทั้งลิปบาล์มอยู่เสมอ โดยเลือกใช้สินค้าที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป แล้วก็ควรจะทาก่อนออกแดดราวๆ 15 ถึง 30 นาที รวมทั้งทาซ้ำทุกๆ2 ชั่วโมง หรือข้างหลังว่ายและก็เหงื่อแตก
กางร่มและก็ใส่แว่นป้องกันแสงแดดซึ่งสามารถกันรังสียูวี หรือเลือกสวมเสื้อผ้าซึ่งสามารถปกปิดร่างกายได้มิดชิด อาทิเช่น เสื้อหรือกางเกงที่มีขายาว โดยเลือกเสื้อผ้าที่มีสีโทนมืดเพราะเหตุว่าสามารถกันรังสียูวีได้มากกว่าเสื้อผ้าที่มีสีโทนอ่อน
หลบหลีกการใช้ยาที่ทำให้ผิวไวต่อแดด ดังเช่นว่า ยาปฏิชีวนะบางประเภท เรตินอยด์ รวมทั้งขอความเห็นเภสัชกรก่อนใช้ยา
กินน้ำให้มากมาย และก็หลบหลีกการดื่มแอลกอฮอล์ด้วยเหตุว่าจะยิ่งทำให้ร่างกายมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวการณ์ขาดน้ำ
เลี่ยงการอาบแดดหรือการใช้เตียงอบผิวแทน
ในกรณีเด็กแรกเกิดที่แก่ต่ำลงมากยิ่งกว่า 6 เดือน บางทีอาจใช้เพียงแค่ร่มหรือเสื้อผ้าเพื่อคุ้มครองรังสียูวี แม้กระนั้นถ้าหลีกเลี่ยงมิได้ ควรที่จะเลือกใช้โลชั่นที่เอาไว้สำหรับกันแสงแดดที่มีค่า SPF อย่างต่ำ 15 ใบหน้ารวมทั้งหลังมือรวมทั้งเลือกจำพวกที่มีไททาเนียมไดออกไซด์ (Titanium Oxide) รวมทั้งสิงก์ออกไซด์ (Zinc Oxide) เป็นส่วนประกอบเพื่อลดช่องทางการเกิดการระคายเคืองของผิวหนัง