ท่ามกลางการระบาดโควิด-19 ลุกลามแพร่กระจายไปทั่วประเทศ “ตัวเลขรายงานการติดเชื้อทะลุครึ่งแสนและตายครึ่งร้อยต่อวัน” แต่แล้วคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติก็แบไต๋ประกาศปลดโควิดจากโรคอันตรายร้ายแรงกลายเป็นโรคประจำถิ่น พร้อมปรับมาตรการดูแลรักษาดีเดย์ 1 ก.ค.2565
ทว่าในระหว่างนี้ก็ดำเนินการไปตามแผน 4 ระดับ คือ ระยะแรกตั้งแต่ 12 มี.ค.-ต้น เม.ย. เป็นระยะต่อสู้เพื่อลดการระบาดความรุนแรงลง ออกมาตรการมาดำเนินการกดตัวเลขไม่ให้สูงขึ้น ระยะที่ 2 เดือน เม.ย.-พ.ค.คงระดับผู้ติดเชื้อไม่ให้สูงระนาบจนลดลงเรื่อยๆ ระยะที่ 3 ปลาย พ.ค.-30 มิ.ย. ลดผู้ติดเชื้อเหลือ 1,000-2,000 คน
ตั้งแต่ 1 ก.ค. ...“เข้าสู่โรคประจำถิ่นเป็นทางการ” ไกด์ไลน์การรักษาคร่าวๆ ลดวันกักตัวปฏิบัติเหมือนโรคหวัด หากโรคไม่รุนแรงรักษาแบบผู้ป่วยนอกดั่งไข้หวัดใหญ่และฉีดวัคซีนป้องกันเหมือนโรคฤดูกาลทุกปี
ไม่นานมานี้ “กระทรวงสาธารณสุข” ปรับวิธีการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรูปแบบใหม่ “เจอ แจก จบ” เริ่มเปิดระบบตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2565
คนไข้กลุ่มสีเขียวไม่ต้องนอนพักในโรงพยาบาล ตรวจด้วย ATK เป็นผลบวก แพทย์พิจารณาสั่งจ่ายยาตามอาการ 3 สูตร คือ ยาฟาวิพิราเวียร์ ยาฟ้าทะลายโจร และยารักษาตามอาการ
ส่วนกลุ่มอาการสีเหลือง และแดง ใช้สิทธิเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิรักษาทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจนหาย “รักษาใน รพ.เอกชน” ไม่ใช่คู่สัญญา สปสช. สนง.ประกันสังคมออกค่าใช้จ่ายอันเป็นการปรับการบริการให้เข้าสถานการณ์ที่มิใช่ปลดโควิดออกจากโรคฉุกเฉินวิกฤติ (UCEP)
ทิศทางบริหารจัดการโควิดก่อนประกาศเป็นโรคประจำถิ่นนี้ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.รพ.จะนะ ในฐานะประธานชมรมแพทย์ชนบท มองว่า ตอนนี้โควิดระบาดหนักสาหัสสากรรจ์กันไปทั้งประเทศ “ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่น่าพุ่งสูงหลักแสนคนต่อวัน” แม้มีการรายงานตัวเลขออกวันละ 5-7 หมื่นคน ก็ไม่ตรงตามจริง
แท้จริงยังมี “ผู้ติดเชื้อไม่ปรากฏในระบบมากมาย” ด้วยการตรวจวิธี RT-PCR ในโรงพยาบาลน้อยลง เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงต่อครั้งต้องใช้เงินมาอุดหนุนเป็นภาระงบประมาณมากจึง “เน้นตรวจแบบวิธี ATK” ทั้งตรวจในสถานพยาบาล หรือผู้ป่วยซื้อตรวจเองที่บ้าน ทำให้ยอดรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่ตรงความจริง
ทว่าตามข้อมูล “ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)” ได้ทำนายคาดการณ์ไว้ว่า “กลางเดือน เม.ย.2565 น่าจะเป็นช่วงการระบาดพีกสูงสุด” แล้ว เดือน พ.ค.จำนวนผู้ติดเชื้อก็จะลดลงตามลำดับเรื่อยๆนั้น
หมายถึงตลอดเดือน มี.ค.-กลาง เม.ย.นี้ การระบาดโควิดโอมิครอนจะยังหนักหน่วง 1 เดือนเต็มแน่ๆ
lachoppersbkk.com
|