[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by
ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ
บุคคลทั่วไป
หน้าแรก
ประวัติโรงเรียน
ทำเนียบบุคลากร
ประมวลภาพกิจกรรม
สมุดเยี่ยม
ปฏิทินกิจกรรม
ข่าวสาร/ประชาสัมพันธ์
สาระความรู้
กระดานข่าว
โครงการ/งาน
ดาวน์โหลด
ผลงานทางวิชาการ
สมาคมศิษย์เก่า
contact
blog
video
SMSS
คู่มือการรับนักเรียน
คู่มือการขอย้ายเข้าเรียน
คู่มือการขอย้ายออกนักเรียน
คู่มือขอผ่อนผันเด็กเข้าเรียน
คู่มือการขอลาออก
คู่มือขอเทียบโอนผลการเรียน
คู่มือการขอใบแทนเอกสาร
คู่มือการขอใช้อาคารสถานที่
-
พยากรณ์อากาศ
ค้นหาจาก google
เว็บบอร์ด
>>
ห้องนั่งเล่น
>>
มรสุมโอมิครอน หวั่นใจลองโควิด
VIEW : 452
โดย
Klop
UID :
ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว
:
1
ตอบแล้ว
:
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 20%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP
:
49.228.240.
xxx
เมื่อ :
พุธ ที่ 16 เดือน มีนาคม พ.ศ.2565 เวลา 22:49:30
จะสังเกตได้ว่าอัตราการ ตรวจ RT-PCR ของไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก แม้การระบาดจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากมกราคมสู่กุมภาพันธ์ นี่จึงสะท้อนถึงความจำเป็นที่ต้องประเมินสถานการณ์โดยรวมจำนวนการตรวจ ATK เข้ามาด้วย”
ทั้งนี้ สัดส่วนที่จะซ้ำซ้อนกับ RT-PCR นั้นคาดว่าน้อย เพราะข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการตรวจ RT-PCR จากกฎเกณฑ์ต่างๆ รวมถึงค่าใช้จ่าย นอกจากนี้คนจำนวนมากที่ตรวจ ATK เป็นบวกแล้วเข้าสู่ระบบการดูแลโดยตรง โดยไม่ได้ตรวจ RT-PCR...“จำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันแต่ละวันที่รายงานนั้นจึงต่ำกว่าสถานการณ์จริง”
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Thira Woratanarat (ป๊ามี้คีน)” ตั้งข้อสังเกตข้างต้นนี้ไว้เมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา
โควิด-19ติดตาม
16 มี.ค. 65
สธ. ชง ศบค. ผ่อนคลายเพิ่ม ตั้งเป้าอนาคตสวนสาธารณะอาจไม่ต้องสวมหน้ากาก
16 มี.ค. 65
เกาหลีใต้มึน พบติดโควิดรายใหม่ พุ่งพรวดกว่า 4 แสน ทุบสถิติสูงสุด
16 มี.ค. 65
ผู้ป่วยโควิดรับบริการ “เจอ แจก จบ” แล้ว 2 แสนราย สธ. เร่ง SAVE กลุ่ม 608
ดูทั้งหมด
ช่วงเวลานั้น...สถานการณ์ระบาดของไทยหากดูเฉพาะจำนวนติดเชื้อยืนยันจะสูงเป็นอันดับ 10 ของโลก แต่หากรวม ATK ด้วย จะพุ่งไปถึงอันดับ 7 ของโลก และอันดับ 4 ของเอเชีย
น่าสนใจด้วยว่า...หากเปรียบเทียบสถิติรายสัปดาห์ ข้อมูลจาก Worldometers พบว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาไทยเรามีจำนวนการติดเชื้อใหม่ยืนยัน (ไม่รวม ATK) เพิ่มขึ้น 31% และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า
ข้อมูลอีกประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ...“Long COVID ในนอร์เวย์” จากการศึกษาในประชากร 73,727 คน โดย Caspersen IH และคณะ ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ European Journal of Epidemiology เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 พบว่า หลังคนที่มีประวัติติดเชื้อโรคโควิด-19 ไป 12 เดือน
...จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาอ่อนล้าอ่อนเพลียมากกว่าคนที่ไม่ได้ติดเชื้อถึง 4.8 เท่า (ช่วงความเชื่อมั่น 3.5-6.7 เท่า)
นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นๆอีกหลายอาการหลายระบบที่เกิดขึ้นในกลุ่มคนที่เคยติดเชื้อมากกว่าคนที่ไม่ติดเชื้ออย่างมีนัยสำคัญ ทั้งระบบประสาท ที่ส่งผลต่อความคิดความจำ ภาวะทางจิตเวช ระบบหายใจ หัวใจและหลอดเลือด กระดูกและข้อ ฯลฯ
การป้องกันตัวอย่างเคร่งครัดเป็นกิจวัตรจึงมีความสำคัญมาก ไม่ติดเชื้อย่อมดีที่สุด
“ใส่หน้ากากเสมอ เว้นระยะห่างจากคนอื่น พบปะคนอื่นเท่าที่จำเป็น ใช้เวลาสั้นๆ เลี่ยงการกินดื่มหรือแชร์ของกินของใช้ร่วมกับผู้อื่น...หากไม่สบายควรหยุดเรียนหยุดงาน ตรวจรักษาให้หายดีเสียก่อน เป็นความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม”
ให้รู้เอาไว้ด้วยว่า...ผลกระทบระยะยาวหรือ Long COVID นั้นจะเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กเล็ก เด็กโต ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ ส่งผล...บั่นทอนสมรรถนะในการดำรงชีวิตประจำวัน ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน
ย้ำอีกครั้งให้เราทุกคนป้องกันตนเองและสมาชิกในครอบครัวอย่างเต็มที่...ไม่ติดเชื้อย่อมดีกว่า
รศ.นพ.ธีระ บอกอีกว่า การปรามาสว่าติดแล้วก็คล้ายไข้หวัดธรรมดานั้น คงไปห้ามกันลำบาก และยากที่จะแก้ไขความเชื่องมงายเหล่านั้น ธรรมชาติของโรคนั้นจะเป็นตามที่มันเป็น
เมื่อใดแจ็กพอตเป็น Long COVID เมื่อนั้นย่อมคิดถึงวลีที่คุ้นเคย “รู้งี้ป้องกันตัวไม่ให้ติดเชื้อดีกว่า”...แต่สัจธรรมคือเมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่มีทางย้อนเวลากลับไปในอดีตได้
เหนืออื่นใด คนจำนวนมากที่ติดเชื้อมาแล้ว คงจะดีที่สุดหากในแต่ละประเทศได้มีการเตรียมพร้อม จัดบริการดูแลและให้คำปรึกษาคนที่ได้รับผลกระทบจาก Long COVID เพื่อให้ทุกคนสามารถปรับตัวกับปัญหาที่เผชิญ และดำเนินชีวิตได้ตามสมควร
...ปัจจุบันไทยเรายังระบาดรุนแรง ขอให้ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัดเป็นกิจวัตร...
ตอกย้ำปัญหาเรื่อง “Long COVID” จะเป็นภาระระยะยาว
น่าสนใจว่าวันนี้ความรู้ทางการแพทย์มากขึ้นเรื่อยๆ ที่ชี้ให้เห็นว่าหลังการติดเชื้อโรค “โควิด-19” ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนที่ติดเชื้อแบบไม่มีอาการ มีอาการน้อย หรือมีอาการรุนแรง ก็จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาความผิดปกติในระบบต่างๆของร่างกาย ทั้งเรื่องโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจขาดเลือด การเต้นหัวใจผิดจังหวะ
...ลิ่มเลือดอุดตัน อ่อนเพลียอ่อนล้า มีปัญหาเรื่องความคิดความจำ หายใจเหนื่อย หรือความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร ระบบต่อมไร้ท่อ รวมถึงปัญหาด้านจิตเวช เช่น เครียด ซึมเศร้า นอนไม่หลับ ในระยะยาวได้
“ลองโควิดเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ...หญิงเสี่ยงมากกว่าชาย ผู้ใหญ่เสี่ยงมากกว่าเด็ก แม้มีงานวิจัยจากต่างประเทศที่ใช้วัคซีนประสิทธิภาพสูง ว่าการฉีดสองเข็มแล้วจะช่วยลดโอกาสเกิดลองโควิดได้ แต่ก็ป้องกันได้เพียงบางส่วน”
ดังนั้น การป้องกันไม่ให้ติดเชื้อย่อมจะเป็นการดีกว่าหวังพึ่งผลลดความเสี่ยงจากวัคซีนแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งความผิดปกติระยะยาวนั้นจะส่งผลกระทบต่อการทำงาน การเรียน รวมถึงการดำเนินชีวิตประจำวัน บั่นทอนสมรรถนะในการใช้ชีวิต...เป็นภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวต่อคนที่เป็น ครอบครัว และประเทศ
จึงเป็นที่มาของการที่แพทย์ออกมาย้ำเตือนเรื่องการ “ป้องกันตัวเอง” และ “ครอบครัว” อย่างเคร่งครัดเป็นกิจวัตร...ใส่หน้ากากนะครับ เว้นระยะห่างจากคนอื่น พบปะคนเท่าที่จำเป็น ใช้เวลาสั้นๆ เลี่ยงการกินดื่มหรือแชร์ของกินของใช้ร่วมกับผู้อื่น
หากไม่สบายควรบอกที่บ้าน ที่เรียน ที่ทำงาน หยุดเรียน หยุดงาน และไปตรวจรักษาให้หายดีเสียก่อน
สอดคล้องกับผลการศึกษาในอเมริกา ณ 12 เดือนหลังจากติดเชื้อโรคโควิด-19 หากเปรียบเทียบกับกลุ่มคนที่ไม่ได้ติดเชื้อ พบว่า ทุกๆ 1,000 คนที่ติดเชื้อ...จะเกิดปัญหาโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกประเภทมากขึ้น 46 คน...จะเกิดปัญหาโรคหัวใจและหลอดเลือดที่รุนแรง 24 คน
เช่น หัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงการเสียชีวิต
จะเกิดปัญหาหัวใจเต้นผิดปกติ 20 คน โดยมี 11 คนที่จะเกิดภาวะหัวใจเต้นพลิ้ว...จะเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน 10 คน โดยมี 6 คนที่จะเกิดการอุดตันในปอด และ 5 คนที่เกิดการอุดตันที่หลอดเลือดดำ...จะเกิดภาวะอักเสบของหัวใจและเยื่อบุหัวใจ 2 คน
“Long COVID” ภาวะหรืออาการที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยโควิด-19 หลังจากได้รับเชื้อนาน 4 สัปดาห์ ไปจนถึง 12 สัปดาห์ขึ้นไปเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่น่ากังวลในยุคมรสุมโควิดระบาดหนัก ผู้ป่วยผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นเช่นนี้
เรื่องนี้สำคัญมาก...นอกจาก “รัฐ” จะต้องเตรียมระบบบริการดูแลรักษาและให้คำปรึกษาแก่ประชาชนผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อนอย่างเพียงพอและทันเวลาแล้ว ยังตอกย้ำถึงความจำเป็นที่คนที่เคยติดเชื้อมาก่อน แม้รักษาหายแล้วก็ควรหมั่นสำรวจ ตรวจสอบสมรรถนะทางร่างกาย สังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น
นับรวมถึงการไป “ตรวจสุขภาพ” เป็นระยะๆหากทำได้ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการตรวจพบ “ความผิดปกติ” ได้เร็วและเข้าสู่ระบบดูแลรักษาได้เร็ว.
badhaven.com
[
อ้างอิง
]
Re หัวข้อ :
รูปประกอบ :
จำกัดขนาด 100 kB
รายละเอียด :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ชื่อของท่าน :
โรงเรียนกุลโน 1112 หมู่ 2 ชมสระ ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย นครราชสีมา 30110 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต7
webmaster : kulno061@gmail.com