[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
-
พยากรณ์อากาศ
 
ค้นหาจาก google


  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
เชื่อถือได้มากแค่ไหน กับการ คุมกำเนิด แบบ หน้า7หลัง7  VIEW : 121    
โดย หยาด

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 500
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 18
Exp : 13%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 125.25.50.xxx

 
เมื่อ : พฤหัสบดี ที่ 22 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2566 เวลา 11:46:51    ปักหมุดและแบ่งปัน

คุมกำเนิด ด้วยวิธีนับหน้า 7 หลัง 7 คืออะไร

วิธี คุมกำเนิด มีมากมายให้เลือกสรร แต่บางคนอาจเลือกใช้วิธีนับระยะปลอดภัย “หน้า 7 หลัง 7” ซึ่งถ้านับไม่เป็น หรือประจำเดือนมาไม่ตรง ก็มีสิทธิ์พลาดพลั้งได้ง่าย ๆ

หน้า 7 หลัง 7 คืออะไร ?

หน้า 7 หลัง 7 หรือการนับระยะปลอดภัย เป็นอีกหนึ่งวิธีคุมกำเนิดตามธรรมชาติ แต่จะเห็นผลกับผู้หญิงที่มีรอบเดือนปกติ 26-32 วัน และรอบเดือนมาอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน โดยระยะปลอดภัยที่ว่านี้ก็คือช่วงเวลา 7 วัน ก่อนที่รอบเดือนจะมา และ 7 วันหลังจากวันแรกที่รอบเดือนมานั่นเอง

หน้า 7 หลัง 7 นับอย่างไร ?

ระยะปลอดภัยมีวิธีการนับที่ค่อนข้างง่าย แต่จะต้องมั่นใจว่าตนเองมีรอบเดือนที่ปกติและมาตรงกันทุกเดือน เนื่องจากการคลาดเคลื่อนเพียงวันเดียวก็อาจทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ โดยปกติแล้วผู้หญิงจะมีรอบเดือนประมาณ 28 วัน แต่ก็จะมีบางคนที่มีรอบเดือนสั้นกว่าหรือยาวกว่านั้น คือไม่ต่ำกว่า 26 วัน และไม่ยาวกว่า 32 วัน แต่สำหรับคนที่มีรอบเดือนมาตรงกันทุกเดือน จะมีวิธีการนับดังนี้ค่ะ

นางสาว ก. ประจำเดือนมาตรงกันทุกเดือน โดยวันแรกคือวันที่ 8
ช่วงระยะปลอดภัยหน้า 7 ก็คือ ก่อนวันที่ 8 ไป 7 วัน คือ วันที่ 1 2 3 4 5 6 7
ช่วงระยะปลอดภัยหลัง 7 ให้นับตั้งแต่วันที่ 8 เลยไปอีก 7 วัน คือ 8 9 10 11 12 13 14
ฉะนั้นระยะปลอดภัยที่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้โดยไม่มีโอกาสตั้งครรภ์ก็คือตั้งแต่วันที่ 1-14

ทั้งนี้ แม้ว่าการนับระยะปลอดภัยจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แต่ก็ไม่ควรประมาท โดยการมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 7 วัน ก่อนมีประจำเดือนวันแรก สามารถทำได้ทุกวัน แต่ในช่วงเริ่มมีประจำเดือนแล้ว แม้จะยังเป็นระยะปลอดภัย แต่ก็ควรมีเพศสัมพันธ์ได้แค่ในช่วงที่รอบเดือนหมดแล้ว เพราะการมีเพศสัมพันธ์ในขณะมีรอบเดือนอาจจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ หากจะมีเพศสัมพันธ์จริง ๆ ควรสวมถุงยางอนามัยจะช่วยให้ปลอดภัยจากการตั้งครรภ์และการติดเชื้อได้ค่ะ

วิธี คุมกำเนิด หน้า 7 หลัง 7 นับแล้วไม่ท้องจริงหรือ ?

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่าการนับระยะปลอดภัย หน้า 7 หลัง 7 ไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 100% ทั้งนี้ เป็นเพราะปัจจัยอื่น ๆ อย่างเช่น วันไข่ตก ซึ่งผู้หญิงแต่ละคนจะไม่เท่ากัน เพราะถ้าหากในช่วงหน้า 7 หลัง 7 เป็นช่วงที่ไข่ตกแล้วละก็ ยังไงก็มีการปฏิสนธิและเกิดการตั้งครรภ์แน่นอนค่ะ นอกจากนี้การนับระยะปลอดภัยยังไม่เหมาะสำหรับวัยรุ่นซึ่งเป็นวัยเจริญพันธุ์อีกด้วย เพราะไข่จะตกบ่อยกว่าวัยอื่น ๆ ทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์สูงค่ะ

นับวันไข่ตก ทำอย่างไร

การนับวันไข่ตก สามารถใช้ได้กับคนที่ประจำเดือนมาตรงกันทุกเดือนเท่านั้น เพราะความคลาดเคลื่อนอาจทำให้การนับวันไข่ตกผิดพลาดได้ ซึ่งปกติแล้วผู้หญิงเราจะมีช่วงไข่ตกอยู่ที่ 2 สัปดาห์ ก่อนประจำเดือนจะมา ถ้าหากไม่ทราบว่าตัวเองมีช่วงไข่ตกเมื่อไร ก็สามารถสังเกตในครั้งแรกได้ด้วยการสังเกตมูกที่ปากมดลูก หากพบมูกที่ปากมดลูกติดต่อกัน 2 วัน นั่นแปลว่าคุณสาว ๆ กำลังอยู่ในช่วงเจริญพันธุ์ สิ่งที่ควรทำก็คือหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันค่ะ

วิธี คุมกำเนิด แบบอื่นๆที่คุณใช้นั้น มีโอกาส เสียงตั้งครรภ์ กี่เปอร์เซ็นต์ ?

1.ห่วงอนามัย (Intrauterine device)

เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ชิ้นเล็ก ๆ ที่มีไว้สำหรับใส่เข้าไปในโพรงมดลูกของสตรี เพื่อทำให้สภาพในโพรงมดลูกไม่เหมาะแก่การฝังตัวของตัวอ่อน จึงใช้ป้องกันการตั้งครรภ์ชั่วคราวได้ดี โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก ๆ ดังนี้
– ห่วงอนามัยหุ้มทองแดง (IUD with copper) ในปัจจุบันที่ใช้กันอยู่จะมี 2 ชนิด คือ มัลติโหลด (มีอายุการใช้งานได้ 3 ปี สำหรับ Cu250 และ 5 ปี สำหรับ Cu375) และคอปเปอร์ที (มีอายุการใช้งาน 10 ปี)
– ห่วงอนามัยเคลือบฮอร์โมน (IUD with progestogen) มีอยู่ด้วยกัน 2 ขนาด คือ LNg14 (Skyla®) ที่ใช้คุมกำเนิดได้นาน 3 ปี และ LNg20 (Mirena®) ที่ใช้คุมกำเนิดได้นาน 5 ปี
ประสิทธิภาพ :มีโอกาสตั้งครรภ์น้อยมาก เพียง 0.01-1%

2.ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (combined oral contraceptives: COC)

คือยาเม็ดคุมกำเนิดที่เป็นแผง มีส่วนประกอบของฮอร์โมนรวมสองชนิด ได้แก่ เอสโตรเจนและโปรเจสติน ซึ่งยับยั้งการตกไข่และทำให้อสุจิเคลื่อนที่ยากขึ้น บางยี่ห้อมีเพียง 21 เม็ดแล้วเว้นไป 7 วันค่อยเริ่มกินแผงใหม่ แต่ส่วนใหญ่มี 28 เม็ด ซึ่ง 7 เม็ดสุดท้ายเป็นแป้งหรือวิตามินเพื่อป้องกันการลืมกินยา
วิธีการกิน ให้เริ่มต้นกินยาในวันแรกที่ประจำเดือนมาหรือภายใน 5 วันแรกของรอบเดือน จากนั้นต้องกินยาวันละ 1 เม็ดในเวลาเดียวกันของทุกวัน จึงแนะนำให้กินก่อนนอน และไม่จำเป็นต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีการอื่น
หลังจากกินยาแล้วอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน น้ำหนักเพิ่มขึ้น และอาจมีสิวได้ วิธีการนี้มีประสิทธิภาพดีมากในทางทฤษฎี
อย่างไรก็ตาม ยาเม็ดคุมกำเนิดมีข้อห้ามใช้ในผู้ป่วยหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคบางโรค เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด จึงควรปรึกษาหมอหรือเภสัชกรก่อนใช้
ประสิทธิภาพ :มีโอกาสตั้งครรภ์ 1-9 %

3.ถุงยางอนามัย(ชาย) (Male latex condom)
คือ อุปกรณ์ที่ใช้คุมกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง (หากใช้อย่างถูกวิธี) สามารถช่วยป้องกันการตั้งครรภ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดต่าง ๆ ได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเอดส์ นอกจากจะใช้เพื่อคุมกำเนิดและป้องกันโรคได้ด้วย
ประสิทธิภาพ : มีโอกาสตั้งครรภ์ 2-18 %

4.ยาฝังคุมกำเนิด (Contraceptive implant) โดยเป็นการใช้ฮอร์โมนชนิดเดียว คือ โปรเจสติน (Progestin) ที่บรรจุเอาไว้ในหลอดหรือแท่งพลาสติกเล็ก ๆ ขนาดเท่าไม้จิ้มฟันชนิดกลม นำมาฝังเข้าไปที่ใต้ผิวหนังบริเวณใต้ท้องแขนด้านที่ไม่ถนัด ซึ่งฮอร์โมนจะค่อย ๆ ซึมผ่านออกมาจากแท่งยาเข้าสู่ร่างกายและไปยับยั้งการเจริญเติบโตของฟองไข่ ส่งผลทำให้ไม่มีการตกไข่ตามมา จึงช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้
ประสิทธิภาพ : มีโอกาสตั้งครรภ์น้อยมาก เพียง 0.01%-0.5%

5.ยาฉีดคุมกำเนิด (Injectable contraceptive)
คือ วิธีการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวแบบหนึ่ง โดยจะเป็นการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อของสตรีในระยะเวลาตามที่แพทย์กำหนด หลังจากฉีดตัวยาจะค่อย ๆ ขับฮอร์โมนออกมา เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากในรายที่ต้องการเว้นระยะการมีบุตร เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูง ทำได้ง่าย สะดวก และมีราคาถูก โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้
– ยาฉีดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว ซึ่งเป็นยาฉีดคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนโปรเจสติน (Progestin) เพียงอย่างเดียว คือ ยา Depot Medroxyprogesterone acetate (DMPA) ขนาด 150 มิลลิกรัม (ใช้ฉีดเข้ากล้ามทุก 3 เดือน) เป็นตัวยาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน มีชื่อทางการค้าว่า Depo-Provera® และอีกชนิดคือยา Norethisterone Enanthate (NET-EN) ขนาด 200 มิลลิกรัม มีชื่อทางการค้าว่า Noristerat® (ใช้ฉีดเข้ากล้ามทุก 2 เดือน)
– ยาฉีดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม เป็นยาฉีดคุมกำเนิดแบบใหม่ที่ผลิตมาเพื่อลดอาการผิดปกติของประจำเดือน ในยาฉีดจะมีทั้งฮอร์โมนโปรเจสติน (Progestin) และฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ชนิดนี้มีชื่อทางการค้าว่า Cyclofem® และ Lunelle™ ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อแก้ไขข้อด้อยของยาฉีดชนิดฮอร์โมนเดี่ยวและเพื่อเป็นการเลียนแบบฮอร์โมนของร่างกาย (ใช้ฉีดเข้ากล้ามทุก ๆ 1 เดือน)
ประสิทธิภาพ : มีโอกาสตั้งครรภ์ 1-9%

6.การนับระยะปลอดภัย (safety period)
ระยะปลอดภัยที่ว่าคือ “หน้า 7 หลัง 7” โดยนับจาก ‘วันแรก’ ที่มีประจำเดือน คือ 7 วันก่อน ‘หน้า’ ที่จะมีประจำเดือนวันแรก และ 7 วัน ‘หลัง’ จากวันแรกที่มีประจำเดือนแล้ว เพราะในระยะนี้จะยังไม่มีไข่ตก จึงสามารถมีเพศสัมพันธ์ ได้โดยไม่ตั้งครรภ์ ดังนั้นหากช่วงหน้า 7 หลัง 7 รวมเป็น 14 วันนี้ของใครคร่อมกับวันวาเลนไทน์ก็ถือว่า “ปลอดภัย” ระดับหนึ่งตามชื่อวิธีการ
แต่วิธีการนี้ไม่เหมาะกับคนที่ประจำเดือนมาไม่แน่นอน หรือมีรอบเดือนรอบสั้นที่สุดกับรอบยาวที่สุดต่างกันมากกว่า 10 วัน (จะต้องจดบันทึกประวัติประจำเดือนมาแล้วหนึ่งปี) หรือช่วงที่มีอารมณ์เครียด ก็สามารถทำให้การตกไข่เปลี่ยนแปลงไปได้
ประสิทธิภาพ : มีโอกาสตั้งครรภ์สูงถึง 24% จึงไม่ควรใช้เป็นวิธีหลักในการคุมกำเนิด

สรุป

คุณสาว ๆ ได้ทราบกันแบบนี้แล้วก็คงจะพอเข้าใจถึงวิธีการนับหน้า 7 หลัง 7 กันบ้างแล้วล่ะเนอะ แต่ถ้ายังนับไม่เป็นละก็ เดี๋ยวนี้ก็มีแอปพลิเคชันที่ช่วยในการนับระยะปลอดภัย และนับเวลาไข่ตก ให้ได้เลือกใช้มากมายเลยเชียวล่ะ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หากต้องการคุมกำเนิดให้ได้ผลจริง ๆ ก็ไม่ควรจะพึ่งพาวิธีการนับระยะปลอดภัยเพียงอย่างเดียว แต่ควรใช้วิธีอื่นร่วมด้วย เพื่อที่จะได้ลดโอกาสการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ได้ค่ะ

แหล่งที่มา

https://health.kapook.com/

https://mydeedees.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2/



โดย power100
UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว :
ตอบแล้ว : 233
ระดับ : 1
Exp : 100%
IP : 49.228.247.xxx

 
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 22 มิ.ย. 2566 : 17:13

god I appreciate all the research and hard work you put into creating this informative article. Thank you! สล็อต 45 ทดลองเล่น
สล็อต 45 pgslot
สล็อต 45 pg slot
สล็อต 45 หวย
สล็อต 45 pg slot ทดลองเล่น

      
1