
จากผลงานในนัดล่าสุดของทั้งสองทีมนำหัวตาราง เท่ากับว่า หงส์แดง กับ เรือใบสีฟ้า เหลือเกมในลีกให้ได้ลงสนามอีกสองนัดเท่ากันโดยทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะบุกไปเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน และเฝ้าบ้านฉะกับ วูล์ฟส์ ขณะที่ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีเกมบุกไปบู๊กับ เวสต์แฮม ก่อนเปิดบ้านปะทะกับ แอสตัน วิลล่า
ต่อโอกาสคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ของ ลิเวอร์พูล จากสถานการณ์ล่าสุด อินโฟโกล วิเคราะห์ว่าทีมจาก แอนฟิลด์ ซึ่งเคยมีโอกาสสมหวัง 35% จากสัปดาห์ก่อนลดลงเหลือแค่ 4.9% เท่านั้นแล้ว ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ มีโอกาสป้องกันแชมป์ได้มากขึ้นเป็น 95.1%
ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นการสะท้อนว่า หงส์แดง มีโอกาสเหมาคว้าสี่แชมป์ในซีซั่นนี้เพียงน้อยนิดแล้วเหลือเพียงแค่ 5.3%
อย่างไรก็ดี แชมป์ คาราบาว คัพ ยังถูกมองว่ามีสิทธิ์คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้สูงทั้งในเกมชิงชนะเลิศ เอฟเอคัพ กับ เชลซี ในวันที่ 14 พ.ค.และเกมชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีก ดวลกับ เรอัล มาดริด ในวันที่ 28 พ.ค.
ต่อโอกาสได้แชมป์ เอฟเอคัพ ของ ลิเวอร์พูล อินโฟโกล วิเคราะห์ว่ามีความเป็นไปได้ 65.1% ขณะที่โอกาสซิวแชมป์หูใหญ่ของ เร้ด แมชีน อยู่ที่ 64.1%
ขณะเดียวกัน สกาย เบต กำหนดอัตราต่อรองล่าสุดกรณีที่ ลิเวอร์พูล จะได้แชมป์รายการต่างๆออกมาแล้วดังนี้
5-4 ได้แชมป์ เอฟเอคัพ และ แชมเปี้ยนส์ลีก
13-2 ไม่ได้แชมป์เพิ่มจาก คาราบาวคัพ อีกเลย
11-1 ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก และ แชมเปี้ยนส์ลีก
12-1 ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอคัพ
18-1 ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก , เอฟเอคัพ และ แชมเปี้ยนส์ลีก
ติดตามข่าว : americandreamprogram.com
|